ผญา·หมอลำ · ประเพณี
🌾 คำ ผญา พวกเจ้าฮู้จักบ่อ 🌾
ผญา·หมอลำ · ประเพณี
🌾 คำ ผญา พวกเจ้าฮู้จักบ่อ 🌾
🌿 บ้านหนองฉิม เฮาก่าเคยมีเด้ กับผู้เฒ่าผู้แก่ได่ยินเพิ่นเว้าอยู่เรื่อยๆ
🍁อยากจะบอกว่าเฮา คนอีสานมี คำคม สุภาษิต สำหรับสั่งสอนลูกหลานให้ประพฤติตนอยู่ในฮีตคอง (จารีต- ประเพณี) ไม่ออกนอกลู่นอกทาง คำคมเหล่านี้รู้จักกันทั่วไป ในชื่อ "ผญา" หมายถึง ปัญญา, ปรัชญา, ความฉลาด, คำภาษิตที่มีความหมายลึกซึ้ง (wisdom, philosophy, maxim, aphorism.)
มาๆ จิเว้าให้ฟัง ความเป็นมา... เพิ่นว่า...
🌿 ผญา 🌿 ผะหยา (ปรัชญาลาวอีสาน)
ผญา เป็นประเพณีของชาวอีสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษในการพบปะพูดคุยกันโดยเฉพาะหนุ่มสาว มักจะใช้คารมทั้งนี้เพื่อ เป็นการแทงใจหรือหยั่งใจให้ได้ทราบถึงความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ภายใน ให้แสดงออกมาอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อได้ถูกท้าทายด้วยความของฝ่ายตรงข้ามแล้วจะทนอยู่ไม่ได้ จึงแสดงการโต้ตอบออกมาเป็นสำนวนโวหารเช่นกัน สำนวนโวหาร หรือ คารมนี้เรียกว่า ผญา
🍁จุดเกิดของผญานั้นอยู่ที่ความรักระหว่างหนุ่มสาว ซึ่งเป็นประเพณีของชาวอีสานทั่วไป การพูดผญาหรือการ จ่ายผญา ได้มีการแข่งขันต่อสู้เพื่อเอาแพ้เอาชนะกันและมีอยู่เป็นประจำที่หนุ่มๆ ได้คัดเลือกหาผู้เก่งๆแล้วนำไปแข่งขันระหว่างหมู่บ้านใช้เสียงแคนประสานการพูดคุยกันด้วยผญา ก็ถือว่าเป็นการสนุกสนานกันอยู่แล้ว ต่อมาได้มีผู้คิดหาเสียงแคนมาประสาน เข้าเป็นจังหวะ ทำให้มีรสเข้มข้น ไพเราะจับใจยิ่งขึ้นและได้เปลี่ยนจากการพูดคุยธรรมดามาเป็นการลำ คือ มีทำนอง มีจังหวะเพิ่มขึ้น ซึ่งเรียกว่า ลำผญา
🌾 ความเป็นมาของผญาโดยมีคนแก่เล่าเป็นนิทานมาว่า เหตุเกิดที่เมืองหลวงพระบาง ท้าวปางคำเป็นนักปราชญ์ใหญ่ประจำราชสำนักเป็น แต่งโคลง ฉันท์ กลอน และนิทาน วรรณคดี ในขณะนั้นมีเซียงน้อยคนหนึ่งมีแววฉลาดได้รับเชิญ เข้าไปทำงานในพระราชสำนักและร่วมเป็นนักปราชญ์ ร่วมแต่งหนังสือกับท้าวปางคำ ว่ากันว่า เซียงน้อยคนนั้นเห็นอะไรก็สามารถกล่าวออกมาเป็นกลอนได้เลย เมื่อท้าวปางคำแต่งกลอนใน เนื้อหานิทาน พอไปถึงตอนสำคัญต่าง ๆ เช่น ตอนพ่อสอนลูก ตอนบ่าวสาวในนิทานเกี้ยวกันก็ให้ เซียงน้อยแต่ง เซียงน้อยท่านนั้นจึงได้เป็นนักปราชญ์ร่วมสมัยกับท้าวปางคำ ความเป็นมาของ ผญาก็มีมาดังกล่าว
🌾 ผญา มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน อันเกิดจากวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ ผสมผสานกับหลักศาสนาอย่างกลมกลืนและเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตโดยอาศัยภูมิปัญญา ท้องถิ่นที่สังคมสืบทอดกันมาผ่านกระบวนการที่กลั่นกรองตามเงื่อนไขของกาลเวลา ผญาจึงถือว่าเป็นปรัชญาชีวิตของคนอีสานอย่างแท้จริง
🌾 การสืบทอดวรรณกรรมคำผญาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาศัยการจำแบบปากต่อปากกันมากกว่าการจดบันทึก คนในสมัยก่อนรู้จักผญาและสามารถพูดผญาได้ตั้งแต่วัยสูงอายุ จนกระทั่งวัยหนุ่มสาว แต่ในสภาพสังคมปัจจุบันความนิยมของการใช้ผญาได้เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญใหม่ ๆ เข้ามาทำให้สิ่งเก่า ๆ จางหายไป ยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้คำผญาสลายไปตามกาลเวลา
🌾 ผญา นี้ได้ฟังจากคนแก่คนเฒ่าเล่าว่า กำเนิดที่พระราชวังหลวงพระบาง สมัยหลายร้อยปีมาแล้ว เพิ่นเล่าว่า ท้าวปางคำ เป็นนักแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และนิทานในวรรณคดีต่างๆของภาคอีสาน ท่านให้รับเชิญไปเป็นปราชญ์หลวง ประจำราชสำนักหลวงพระบาง และได้แต่หนังสือจารึกใส่ใบลานไว้มากมาย
ในสมัยเดียวกัน ได้มีเซียงน้อย (คนที่ลาสิกขาจากการเป็นสามเณร)คนหนึ่ง มีชื่อไม่ปรากฏ เป็นคนมีแววฉลาดตั้งแต่เป็นสามเณร พอลาสิกขาออกมาก็ได้รับเชิญเข้าไปทำงานในราชสำนัก ได้เป็นปราชญ์ร่วมแต่งหนังสือกับท้าวปางคำ เล่ากันว่าเซียงน้อยคนนี้ เห็นอะไรก็ว่าเป็นกลอนได้เลย เช่น
☘️ 1.มองเห็นผักอี่ตู่ (แมงรัก) ก็ว่า “เจ้าผู้ผักอี่ตู่เตี้ยต้นต่ำใบดก กกบ่ทันฝังแน่นสังมาจีจูมดอก ฮากบ่ทันหยั่งพื้นสั่งมาปี้นป่งใบ”
☘️ 2.มองเห็นฝูงหงษ์ก็ว่า “เจ้าผู้หงษ์คำผ่าย เวหาเหินเมฆ กาดำขอเหนี่ยวน้อม นำก้นว่าจั่งได๋
☘️ 3.มองเห็นช้างก็ว่า “เจ้าผู้แนวนามช้างสัตว์สูงบ่ห่อนต่ำ บ่คือเชื้อไก่กุ้มหางสั่นบ่ห่อนยาว
☘️ 4.มองดูท้องฟ้ากลางคืนก็ว่า “คันเจ้าคิดฮอดข่อยให้เหลียวเบิ่งเดือนดาวขอ ให้สายตาเฮากล่อมกันอยู่เทิ้งฟ้าฯลฯ
ตั้งแต่นั้นมา เมื่อท้าวปางคำปราชญ์ใหญ่แต่งคำกลอน ในเนื้อหานิทาน พอไปถึงตอนพ่อสอนลูก ก็ให้เซียงน้อยแต่ง พอไปถึงบทบ่าวสาวเกี้ยวกัน ก็ให้เซียงน้อยแต่ง ดังนั้น เซียงน้อยท่านนี้ จึงได้เป็นปราชญ์ร่วมสมัยกับท้าวปางคำ ความเป็นของผญาก็มีด้วยประการฉะนี้.....
🍁 ประเภทของผญาแบ่งหลายประเภท
💛 คำสอน
มีลักษณะเตือนสติของผู้ฟังหรือผู้อ่านในนึกถึงศีลธรรมตามความเชื่อ กระตุ้นให้เกิดความสำนึกรักในถินกำเนิด หรือเป็นข้อความอุปมาอุปมัยให้ประพฤติตนเป็นคนดี เช่น
"คันเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มเป็นพระยา อย่าได้ลืมคนทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า คันเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มสัปทน
อย่าได้ลืมคนจนผู้แห่นำตีนซ้าง"หมายถึง ถ้าได้เป็นผู้มีอำนาจก็อย่าลืมเหลียวแลผู้ด้อยอำนาจกว่าหรือผู้อยู่เบื้องหลังตน
"บุญ บุญนี้บ่แหม่นของแบ่งได้ ปันแจกกันแหล่ว บ่อห่อนแยกออกได้ คือไม้ผ่ากลาง คือจั่งเฮากินข้าว เฮากินเฮาอิ่ม บ่แหม่นไปอิ่มท้อง เขาพุ้นผู้บ่กิน" หมายถึง การทำบุญเป็นสิ่งที่ทำได้เฉพาะตนเท่านั้นแบ่งไปให้คนอื่นไม่ได้ เหมือนกินข้าวแล้วคนที่กินถึงจะอื่มคนที่ไม่ได้กินก็ไม่อิ่มท้อง
♥️ เกี้ยวพาราสี
มีลักษณะการเกี้ยวพาราสีหรือชมอีกฝ่ายในทางชู้สาว เพื่อถามคำถามหรือพรรณาถึงความรักที่ตนมี
“สิบปีกะสิถ่าซาวพรรษากะสิอยู่
คันบ่ได้เป็นคู่เห็นแต่อุแอ่งน้ำกะปานได้นั่งเทียม” หมายถึง จะสิบปี ยี่สิบปีก็จะรอ ต่อให้ไม่ได้เจอหน้าเจอแค่ตุ่ม(ของคนที่ชอบ)ก็เหมือนได้นั่งอยู่ข้างๆ และมีการรับส่งระหว่างหญิงชาย เช่น
(ชาย) "อ้ายนี้อยากถามข่าวน้ำ ถามข่าวถึงปลา อยากถามข่าวนา ถามข่าวถึงเข้า อ้ายอยากถามข่าวน้อง ว่ามีผัวแล้วหรือบ่ หรือว่ามีแต่ชู้ ผัวสิซ้อนหากบ่มี"
(หญิง) "น้องนี้ปอดอ้อยซ้อยเสมอดังตองตัด พัดแต่เป็นหญิงมา บ่มีชายสิมาเกี้ยว พัดแต่สอนลอนขึ้น บ่มีเครือสิเกี้ยวพุ่ม พัดแต่เป็นพุ่มไม้เครือสิเกี้ยวกะบ่มี" หมายถึง
(ชาย) พี่อยากถามข่าวจากน้ำว่าปลาเป็นยังไง อยากถามข่าวจากนาว่าข้าวเป็นยังไง อยากถามข่าวน้องว่ามีสามีหรือยัง
(หญิง) น้องนี้โสดอยู่ ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครมาจีบ และไม่รู้จะไปพึงพิงใคร
💜 ปริศนา
เป็นการตั้งทำถามที่ต้องใช้การตีความจึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของผู้สื่อสารหรือบางครั้งเป็นการประชดประชันผู้ฟัง เช่น
"อยากกินข้าว ให้ปลูกใส่พะลานหิน อยากมีศีล ให้ฆ่าพ่อตีแม่ อยากให้คนมาแวะ ให้ฆ่าหมู่เดียวกับ"
หมายถึง ถ้าจะกินข้าวให้ปลูกในลานหิน ถ้าอยากมีศีลให้ฆ่าพ่อแม่ ถ้าอยากให้คนมาหาให้ฆ่าเพื่อนทิ้ง ซึ่งเป็นการประชดประชันและความหมายจริงๆนั้นตรงกันข้ามกับข้อความในผญา
🩷 อวยพร
ใช้อายพรในโอกาสต่างๆ เช่น "นอนหลับให้เจ้าได้เงินหมื่น นอนตื่นให้เจ้าได้เงินแสน แบมือไปให้ได้แก้วมณีโชติ โทษฮ้ายอย่ามาพาล มารฮ้ายอย่ามาเบียด” หมายถึง ตอนจะนอนหลับขอให้ได้เงินหมื่น นอนตื่นขอให้ได้เงินแสน กางมือออกได้แก้วมสปรารถนา โรคภัยอย่าได้เบียดเบียน
🍁ผญา🍁
" หล่านางเอ๋อ พี่นี้ฮูบห่างฮ้ายขี่เหร่บ่คื่อเขา เงินในเป๋ากะบ้หลาย พอรับได้บ่น้อน้อง. เเก้วเเหวนสร่อยทองบ่มีให้ ใส่คอเเม่เนื่ออุ่น เเก้มจุ่นพุ่นผู้ค่าหล่ำ พอรับได้บ้อน้อนาง"
“ของกินบ่กินมันเน่า
ของเก่าบ่เล่ามันลืม”
ของบางอย่างมีค่า กะต้องรู้จักรักษา
เรื่องบางเรื่องมีค่า กะต้องรู้จักเล่าต่อ
ขอบคุณเด้อค่า❤️
ส่งต่อเรื่องนี้
ด้านล่างยังมีอีก 1 ภาพ