Nong Chim เรื่องเล่าจากบ้านหนองฉิมชีวิตเรียบง่าย มีความสุข

* ช่องที่ต้องกรอก

รูปหลัก

รูปเดียวที่ชัดเจนสำหรับเรื่องของท่าน เป็นภาพแรกที่ผู้อ่านจะเห็น (เพิ่มรูปอื่นได้ด้านล่าง)

เพิ่มรูปหรือลิงก์ (ไม่บังคับ)

รูปภาพเท่านั้น สำหรับวิดีโอ ให้วางลิงก์ YouTube ด้านล่าง

ปักหมุดสถานที่ (ไม่บังคับ)

เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง:

แตะบนแผนที่ หรือพิมพ์พิกัดด้านล่าง

เรื่องของท่านจะรอการตรวจก่อนเผยแพร่

หมู่บ้าน · บ้านเรือน

เคยลอกปอกันบ่อ​ 🌱

หมู่บ้าน · บ้านเรือน

เคยลอกปอกันบ่อ​ 🌱

🌬️อยากบอกว่าตะกี้​ ตะก่อนพู้น... ลมหนาวมาก่าพากันไปบอกปอเนาะ​ซุ้มไทยบ้าน​ 😁​ ช่วงหาเงินวันหยุดเรียน​... จำได้บ่อน้อนิ​ 🌻

🌻 เพิ่นว่าจัางซี่เด้... การลอกปอ​ คือ​ว่า​ บ้านเฮามีปอ​แก้ว..

🌱 ปอแก้ว ก็ถูกเลือกให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญตัวหนึ่งที่นิยมปลูกในภาคอีสาน เพราะปอเป็นพืชที่ปลูกไม่ยากเลย เพียงแต่หาพื้นที่ป่าละเมาะที่น้ำท่วมไม่ถึง (นาโคก) มาถางให้โล่ง เตียน ไถพรวนสักหน่อย พอเข้าเดือนเมษายนก็นำเมล็ดปอไปหยอดในหลุม (ที่ขุดด้วยจอบ หรือเสียม หรือไม้ปลายแหลม) หลุมละ 3 - 4 เมล็ด เกลี่ยดินมากลบ เหยียบให้แน่น พอสิ้นสงกรานต์เริ่มมีฝนโปรยลงมาบ้าง ปอก็เริ่มงอก ได้แดดดีๆ และความชื้นจากละอองฝน ปอก็จะงดงามได้โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยใดๆ มากนักค่ะ

🌀 พอช่วงพฤษภาคม - มิถุนายน ต้นปอสูงประมาณหัวเข่า เกษตรกรจะเริ่มดายหญ้า (ภาษาอีสานเรียก "เสียหญ้า" เสีย คือการทำลาย) ทางโคราชจะเรียก "ดายหุ่น" หรือ "ทำรุ่น" บางถิ่นเรียก "เอาหุ่น" ซึ่งก็คือการ "ดายหญ้า" ในภาคกลางนั่นเอง เพื่อไม่ให้หญ้าแย่งอาหารจากต้นปอนั่นเอง ศัตรูพืชพวกแมลงก็ไม่มี จะมีและต้องระวังคือ วัว ควาย นั่นเอง ที่อาจจะมากินป่าปอราบพนาสูญได้

🌀 แล้วก็ถึงฤดูลงทำนาเราก็จะทิ้งป่าปอไว้ ไปจัดการเรื่องปักดำนาให้เสร็จสิ้น พอสิ้นฝนประมาณต้นตุลาคม - พฤศจิกายน ก็ได้เวลาของการตัดปอแล้ว ต้นปอที่แก่แล้วจะมีลำต้นขนาดสูง 2.5 - 3 เมตร เปลือกหุ้มต้นจะหนา การตัดก็เพียงใช้มีดอีโต้คมๆ ฟันฉับเฉียงๆ ที่โคนต้น แล้วรวบรวมมามัดรวมกัน มัดหนึ่งๆ จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 - 12 นิ้ว นำมากองรวมกันไว้ (ปกติการตัดปอจะไม่นิยมการลงแขก แต่จะเป็นการจ้างแรงงานเพื่อกระจายรายได้ในหมู่บ้าน ครัวเรือนใดมีแรงคนมากก็ไม่ต้องจ้าง)

🌀​ จากนั้นก็จะทำการขนย้ายมัดลำปอไปแช่น้ำในแหล่งน้ำหัวไร่ ปลายนา หรือที่สาธารณะ เช่น ลำคลองข้างถนนหนทาง เป็นต้น (แต่จะไม่แช่ในหนองน้ำสาธารณะที่เป็นแหล่งน้ำอุปโภค บริโภค) โดยปกติลำปอจะมีเนื้อไม้ที่เบา ไม่จมน้ำ การนำมัดลำปอไปแช่จึงต้องใช้ขอนไม้ที่มีน้ำหนักมากทับลำปอให้จม หรืออาจใช้ก้อนหิน ดินโคลนถ่วงน้ำหนักเพิ่ม แช่ไว้ประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ ตัวเยื่อเปลือกของต้นปอจะเปื่อยยุ่ย เหลือแต่เส้นใยปอที่เหนียวนุ่ม แข็งแรง การแช่ปอนี้เมื่อเกิดการเน่าเปื่อยของเปลือกลำปอ ก็จะส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว สามารถสัมผัสกลิ่นได้ไกลกว่าระยะ 50 เมตรทีเดียวเด้อนั่น

🌱 เมื่อก่อนสถานที่แช่​ คือ​ ริมทาง​ รพช.​ ตั่งแต่บ้านคุณ​แม่ทองป่าน​ สีแยก​7/11​ทางไปหนองผักชีเป็นต้นไป และ​ตรงบริเวณ​7/11, ทางไปโกรกุลา​ตรงโรงน้ำแข็ง​

🌀 ขั้นตอนต่อไปที่สุดคลาสสิกมากคือ "การลอกปอ" เพราะผู้ทำงานนี้จะได้รับทั้งวิตามินดีจากแสงแดดเต็มๆ และกลิ่นเหม็นรุนแรงจากมัดลำปอนั่นเอง จะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะพ่อกับแม่จะให้รางวัลชุดนักเรียนใหม่เมื่อขายปอได้ หรือชุดเอาบุญ (ใส่เที่ยว) ใหม่ด้วย ถ้าขายได้เงินเยอะ แต่ละคนก็จะหาทำเลเหมาะๆ ริมฝั่งน้ำที่สะดวกในการดึงมัดลำปอขึ้นมาบนฝั่ง ตัดเชือกมัดหัว กลาง ท้ายมัด ให้ขาด จากนั้นหยิบลำปอขึ้นมาสัก 3 - 4 ลำต้น ใช้เล็บมือจิกดึงเอาใยปอออกมารวมกัน แล้วดึงจากโคนต้นไปยังปลาย นำเอาใยปอมาวางเรียงกันไว้ แยกเอาลำปอเปล่าๆ ทิ้งไปอีกด้าน​😁​

🌀 เมื่อได้ใยปอมากพอประมาณก่อนที่เปลือกปอจะแห้ง ก็จะหอบนำไปบริเวณน้ำที่สะอาด ทำการตีกับพื้นน้ำให้เยื่อเปลือกหลุดออกมา จนได้เส้นใยที่ใสสะอาด นำไปตากแดดให้แห้งต่อไป กว่าจะได้เส้นใยปอที่ดีมีราคาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องขยันอดทน ทำงานละเอียดทีเดียว ใจร้อนการลอกปอก็จะหลุด ขาดเป็นช่วงๆ ได้เส้นใยไม่ยาว หรือใจเย็นจนปล่อยให้เปลือกปอแห้งตอนเอาไปล้างก็จะไม่สะอาด ทำงานซ้ำซ้อนอีกหลายรอบ รวมทั้งการได้กลิ่นเหม็นติดตัว เสื้อผ้า หน้าผม สมัยนั้นยังไม่รู้จักการใช้ผ้าปิดปาก จมูก หรือถุงมือดอกเด้อ​ ที่ทนทำก็เพื่อเงินล้วนๆ​ ค่าก๋วยเตี๋ยว​แม่ใหญ่​ปุ่ง​สมัยตะกี้​🍜

🌱 ส่วนต้นปอ​ ก็เป็นไม้ลำปอ​ เอามาทำประโยชน์​หลายอย่าง​ เป็นเชื้อเพลิง​หุ้งต้ม​ ทำรั้วบ้าน​ ทำโน่นนั่นนี่​ ฯลฯ​

🌀 เมื่อตากปอจนแห้งแล้วก็จะนำมามัดเป็นโค่น (ม้วนใหญ่) น้ำหนักประมาณโค่นละ 100 - 150 กิโลกรรม นำส่งขายให้พ่อค้าที่มารับซื้อถึงบ้าน ใยปอจะถูกส่งไปเข้าโรงงานทอกระสอบ สมัยนั้นจะอยู่ที่แถวอำเภอสีคิ้ว สูงเนิน เมืองโคราชโน่น หรือบางทีที่บ้านหนอง​ฉิม​เราขายให้เถ่าแก่​ แม่ใหญ่​ถนอม​บ้าง​ และปอที่มัดก็กลายมาเป็นกระสอบป่านใส่ข้าวเปลือก ข้าวสารดังที่เห็นนั่นแล

🌳 ความเหม็นของการแช่ปอ ลอกปอ เสื้อผ้า เส้นผม​เล็บ​ บ่อยากพากย์​ ไปจนถึงโรงเรียน บรรดาเพื่อนๆ ก็จะทำหน้าเหยเก แหย่เพื่อนๆ ว่า ตัวเหม็น แต่ก็ไม่โกรธกัน หยอกกัน​ คุณครูก็ไม่ดุว่าอะไร กลับยกย่องเสียอีกว่า "มีความขยันช่วยงานทางบ้าน รู้จักหาเงินมาใช้จ่ายช่วยครอบรัว เป็นตัวอย่างที่ดี" แต่ควรอาบน้ำ สระผมให้สะอาด ซักเสื้อผ้าให้สะอาดตากแดดจัดๆ ให้แห้งจะได้ไม่มีกลิ่นเหม็นติดตัว​ แต่มันคลาสสิก​มากๆ​ เด้อ​ สมัยนั่นน่ะ

🌴 วันนี้ การปลูกปอ เป็นอดีตไปแล้ว คือมีการปลูกน้อยลงในบางพื้นที่ เดินทางผ่านไปหลายๆ ที่ตามถนนหนทางก็ไม่ค่อยจะเห็นการแช่ปอ ลอกปออีกแล้วเด้อพี่น้อง

ส่งต่อเรื่องนี้

ด้านล่างยังมีอีก 2 ภาพ

ลิงก์